COLLA LIFE
- คอลลาเจน หรือ Collagen มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือ Kolla ซึ่งแปลว่ากาวจริงๆแล้ว คอลลาเจน คือ โปรตีนธรรมชาติในร่างกายโดยคอลลาเจนมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ Proteoglycan และ Glyconsaminoglycans ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผิวเส้นผม เล็บ กระดูก ข้อต่อตลอดจนผนังหลอดเลือด จนบางคนเรียกสิ่งนี้ว่า "กาวแห่งชีวิต" เพราะคอลลาเจน ทำหน้าทีเชื่อมเซลลืในร่างกายเข้าด้วยกัน ปกป้องอวัยวะภายในร่างกาย และเชื่อมอวัยวะต่างๆ ให้อยู่ด้วยกันในผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) จะประกอบด้วยคอลลาเจนถึง 75% ความอุดมสมบูรณ์ของคอลลาเจน จึงมีส่วนสำคัญในการทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น นุ่มนวล มีความยืดหยุ่นดี ทำให้ผิวเต่งตึงกระชับ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของผิวเยาว์วัยที่ไม่เหี่ยวย่น และไม่มีริ้วรอย เป็นผิวที่เราทุกคนเป็นเจ้าของ ในช่วงวัยเด้ก และวัยสาวก่อนอายุจะย่าง 30 เมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป อัตราการสังเคราะห์ คอลลาเจนเริ่มลดลงทุกๆปี ถือเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกคน โดยที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ ทำให้เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างการผลิตและสลายตัวของคอลลาเจนตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวหน้าเหี่ยวหย่อนคล้อย และหยาบกระด้าง แต่เราสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรร และรักษาผิวไว้ให้ดูดีให้นานที่สุด ด้วยการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว จากการวิจัยทางด้านวิชาการ ได้ค้นพบว่าการรับประทานคอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกเป็นอาหารเสริมประจำอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเสริมเติมคอลลาเจนที่พร่องลงตามวัยที่เพิ่มขึ้นคืนกลับให้กับร่างกาย สามารถช่วยป้องกันและชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา ความแห้งกระด้าง ช่วยผิวพรรณมีความชุ่มชื้น นุ่มนวล คงความยืดหยุ่นของผิวไว้
กลูต้า ไกลแคน
- เบต้า กลูแคน จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภท พอลิแซคคาไรด์ ที่ประกอบด้วยโมเลกุลของกลูโคสต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิดิค แบบเบต้าโมเลกุลของเบต้า กลูแคนสามารถสกัดได้จากผนังเซลล์ของยีสต์ จากรายงานการวิจัยพบว่าเบต้า กลูแคนเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดชนิดหนึ่ง (กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งจะช่วยกำจัดเซลล์ที่แบ่งตัวผิดปกติ) และได้มีการศึกษาวิจัยทางการแพทยืด้านผลของสารเบต้า กลูแคน ที่สกัดได้จากผนังเซลล์ของยีสต์ จะช่วยในการลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายมนุษย์ และยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจ (Cardeovascusar Disease) ได้อีกด้วย
เกรฟ ซีด โปร
- สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Estract) สารสกัดจากเมล็ดองุ่นได้รับการขนานนามว่าเป็น สารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิเดน (Antioxidant) ซึ่งมีสารสำคัญคือ สารสกัด OPC (Oligmeric Proanthocyanidins) ทำหน้าที่ในการบำรุงผิวพรรณ,ลดปัญหาฝ้า,รอยด่างดำ และทำให้กระจางลง เนื่องจากคุณสมบัติในการลดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง,ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงยืดหยุ่นได้ดี ห้องกันเส้นเลืดฝอยแตก,เสริมสร้างเนื้อเยื่อ และส่งเสริมให้ระบบกาารทำงานโดยรวมของร่างกายดีขึ้น ทั้งยังช่วยในการรักษาอาการหลอดเลือดดำผิดปกติต่างๆ เช่น ริดสีดวง,เส้นเลือดขอด เป็นต้น นอกจากสารสกัด OPc แล้ว พบว่าในเมล็ดองุ่นยังมี ฟลาโวนอยด์,แทนนิน,กรดผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนของ Bioflavonoids โดยมีคุณสมบัติในการช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น ผลการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Dr.Jacques Masquelier ในปี 1948 ซึ่งทำการทดสอบ Bioalavonoeds พบว่าการยับยั้งอนุมูลอิสระของ OPC ขึ้นอยู่กับปริมาณ OPC โดยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า ซึ่งป้องกันการสลายตัวของคอลลาเจน,อิลาสติน และไฮยาลูโลนิค แอซิด
คลอโร ไลฟ์
- คลอโรฟิลล์ คือโลหิตของพืช มีแร่ธาตุธรรมชาติมากมายประกอบไปด้วยสาร ต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน โปรตีน และสารอาหารต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกายของเรา มนุษย์ควรบริโภคคลอโรฟิลล์มากๆเพื่อมาเสริมฮีโมโกบิลในเม็ดเลือด ดังคำกล่าวที่ว่า”เลือดพืชมีสีเขียว เลือดมนุษย์ มีสีแดง มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีได้เลือดจะต้องไม่มีพิษ จงล้างพิษด้วยพืชสีเขียว " คลอโรฟิลล์ เป็นสารสีเขียวที่สกัดจากต้นอัลฟัลฟ่า (Alfalfa)
ทำไมต้องดื่มคลอโรฟิลล์? เพราะการบริโภคผัก ผลไม้สดโดยตรง อาจไม่สะดวกและที่เลวร้ายกว่านั้นผักผลไม้สดทั่วไป มัก ปนเปื้อนสารเคมีทีเป็นพิษ การดื่มคลอโรฟิลล์ ที่ผ่านกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน จึงสามารถทดแทน การรับประทานพืชผักบริสุทธิ์ ปริมาณมากๆ คุณประโยชน์หลักคือ
คุณสมบัติในการชำระล้าง ขจัดสารพิษ และสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย / รักษาสมดุล/ บำรุงรักษา คือเพิ่มปริมาณออกซิเจนและเม็ดเลือดแดง ช่วยเสริมบำรุงสุขภาพของเราได้ดีขึ้นดังต่อไปนี้
1.ระบบเลือด บำรุงเลือด ล้างพิษ ทำลายอนุมูลอิสระ ในเม็ดเลือด แก้โรคโลหิตจาง และลดความดันโลหิตสูง แต่ไม่มีอันตรายกับผู้ที่มีความดันเลือด ปกติ
2.ระบบทางเดินอาหาร คลอโรฟิลล์ล้างพิษโดยตรงในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก สมานแผลในกระเพาะอาการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้ฟื้นตัว
3.บำรุงปาก ฟัน ระงับกลิ่นปาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการโรค เหงือก อักเสบ
4. รักษาแผลต่างๆ คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่ ฟื้นฟู เนื้อเยื่อ ของแผลทุกชนิดทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ทั้งแผลเรื้อรัง แผลเป็นหนอง แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลหายช้าหรือหายยากเช่นโรคเบาหวาน
5. ระงับกลิ่น กลิ่นเหม็นจากแผลเรื้อรัง หรือโรคแผลในช่องปาก จะหมดไปทันทีที่แผลสัมผัสกับคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ กลิ่นอุจจาระที่รุนแรง การผายลม หรือกลิ่นตัวที่มีกลิ่นแรงมาก การดื่มคลอโรฟิลล์จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
6. การควบคุมสมดุลของแคลเซียม ผู้ที่บริโภคเนื้อมากเกินไป จะขาดความสมดุลของธาตุแคลเซียมแทบทั้งสิ้น การขาดความสมดุลของธาตุแคลเซียมทำให้ป่วยเป็นโรคสารพัดชนิด ตั้งแต่โรคกระดูกผุ โรคหัวใจ โรคกล้ามเนื้อ โรคผิวหนัง โรคเลือดไม่แข็งตัวเมื่อมีบาดแผล ประจำเดือนผิดปกติ คลอโรฟิลล์ ช่วยควบคุมสมดุลของแคลเซียมในร่างกายได้ดีเยี่ยม
7.โรคภูมิแพ้ เกิดจากการที่อากาศและอาหารเป็นพิษ โดยการสะสมติดต่อกันเป็นระยะ เวลานาน คนเราทุกวันนี้จึงเจ็บป่วยกันบ่อยด้วยโรคหวัด น้ำมูกไหล เจ็บคอ ช่องหูอักเสบ ท้องเสีย ท้องผูกบ่อย ฯลฯ
วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น